คาสิโนออนไลน์ ต้องเรียกแท็กซี่!ปรับกูปรี1หมื่นไม่จัดรถให้ผู้ตัดสิน

คาสิโนออนไลน์

คณะกรรมการพิจารณาวินัยมารยาทฯแถลงผลการประชุมโดยครั้งนี้มีหลายสโมสรที่ถูกลงโทษ หนึ่งในนั้น ศรีสะเกษ โดนปรับ 1 หมื่นฐานไม่จัดรถให้ผู้ตัดสินเดินทางกลับ

คาสิโนออนไลน์ คณะกรรมการพิจารณาวินัยมารยาท สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ แถลงผลการประชุม ประจำวันที่ 17 พฤษภาคม 2559 ณ ห้องประชุมสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ โดยครั้งนี้หลายสโมสรที่ถูกลงโทษเลยทีเดียว

เริ่มตั้งแต่ ศรีสะเกษ เอฟซี ไม่จัดรถตู้ให้ผู้ตัดสินเดินทางกลับหลังจบการแข่งขันที่เปิดบ้านเสมอ ราชบุรี มิตรผล เอฟซี 1-1 เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคมที่ผ่านมา จนต้องเรียกแท็คซี่จำนวน 2 คัน มาส่งยังสนามบินที่จังหวัดอุบลราชธานี ได้ทันเวลาเครื่องบินออกพอดี

ซึ่งมีความผิดตาม ข้อ 5.3.8 ไม่จัดรถบริการรับ-ส่งเจ้าหน้าที่จัดการแข่งขัน ไป-กลับระหว่างสนามบินหรือสถานี รถไฟหรือสถานีรถทัวร์ปรับอากาศ กับโรงแรมที่พักหรือสนามแข่งขัน ตลอดจนไป-กลับระหว่าง โรงแรมที่พักกับสนามแข่งขัน มีโทษถูกปรับเงิน 10,000 บาท

นอกจากนี้ เชิดศักดิ์ บุญชู ผู้อำนวยการสโมสรศรีสะเกษ เอฟซี ได้เข้ามาด่าผู้ตัดสิน มีความผิดตาม ข้อ 2.7 กรณีด่าเจ้าหน้าที่จัดการแข่งขัน ด้วยถ้อยคำที่หยาบคาย หรือเยาะเย้ย ดูหมิ่น เหยียดหยาม หรือ แสดงกิริยาก้าวร้าว ข่มขู่ เช่น การเหยียดผิวหรือเชื้อชาตินักกีฬา หรือเจ้าหน้าที่ หรือกองเชียรทีมคู่แข่งขันหรือบุคคลใดด้วยพฤติกรรมที่ชัดแจ้ง ทั้งภาษากายหรือด้วยการโยนผลไม้ไปให้ ห้ามลงทำหน้าที่ครั้งต่อไป 2 นัด และปรับเงิน 40,000 บาท

ต่อมาเป็นของสโมสร สุโขทัย เอฟซี ในเกมพบกับ บีบีซียู เอฟซี เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคมที่ผ่านมา โดย กฤษดา เหมวิพัฒน์ กองกลางของทีมได้แสดงความดีใจวิ่งไปหลังประตูตรงด้านกองเชียร์สโมสรสุโขทัย เอฟซี ได้กระโดดปีนรั้วแสดงความดีใจ ซึ่งผู้ตัดสินได้วิ่งตามไปให้กลับมาเขี่ยบอลเล่นต่อโดยไม่เสียเวลามากนัก ในกรณีแบบนี้ผู้ตัดสินต้องให้ใบเหลือง แต่จากรายงานของผู้ตัดสิน ก็ไม่ปรากฎของคาดโทษของผู้ตัดสินถึงกรณีนี้ต่ออย่างใด

อย่างไรก็ตาม กฤษดา เหมวิพัฒน์ มีความผิดตาม ระเบียบว่าด้วยการลงโทษฯ บทที่ 3 หมวดที่ 2 ข้อ 1.6 แสดงความยินดีจากการที่ตนทำประตูได้ ด้วยการวิ่งออกไปจากสนามแข่งขันหรือกระโดดข้ามป้ายโฆษณา หรือปีนขึ้นไปยืนบนป้ายหรือรั้วกั้นสนามพร้อมกับแสดงอาการดีใจ หรือถอดเสื้อแข่งขันออกแล้ววิ่งไปตามลู่หรือบริเวณขอบสนาม และมิได้ถูกผู้ตัดสินคาดโทษ พิจารณาปรับเงิน 10,000 บาท

ต่อมาเป็นเกมระหว่าง ราชบุรี มิตรผล เอฟซี ที่เปิดบ้านเสมอ ชลบุรี เอฟซี 0-0 เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคมที่ผ่านมา ตามรายงานของผู้ควบคุมการแข่งขัน พบว่ามีการเริ่มการแข่งขันล่าช้า 4 นาที ในเวลา 18.04 น. เนื่องจาก ผู้เล่นทั้งสองสโมสร อบอุ่นร่างกายเกินเวลา ที่กำหนด เวลา 17.47 น. ผู้ควบคุมการแข่งขันได้เตือนแล้วเมื่อเวลา 17.35 น. และ ทั้ง 2 สโมสร ออกจากห้องพักนักีฬาช้า ได้เข้าไปเรียกหลายครั้ง พร้อมทั้งกดกริ่งสัญญาณเตือน เมื่อเวลา 17.55 น. เมื่อพร้อม ผู้ตัดสินที่ 4 ตรวจอุปกรณ์เรียบร้อยก็ให้สัญญาณเปิดเพลงเดินลงสนาม เมื่อเวลา 17.56 น.
ในระหว่างการแข่งขัน คุณบุญยิ่ง นิติกาญจนา ประธานสโมสรราชบุรี มิตรผล เอฟซี ไม่พอใจการทำหน้าที่ของผู้ตัดสิน ลุกขึ้นจากที่นั่ง VIP เดินผ่านที่นั่ง VIP ของสโมสรชลบุรี เอฟซี กับผู้ชมบางส่วน พร้อมกับตะโกนให้กองเชียร์ช่วยโห่กรรมการ ในลักษณะเดียวกัน 2 ครั้ง โดยแจ้งว่าให้ทุกอัฒจันทร์ ช่วยกันโห่กรรมการโดยพร้อมกัน

ทำให้ สโมสรราชบุรี มิตรผล เอฟซี และ สโมสรชลบุรี เอฟซี มีความผิดที่ไม่ปฎิบัติตาม ขั้นตอนและการนับเวลาถอยหลังเพื่อเริ่มการแข่งขันฟุตบอลลีกอาชีพฯ ครั้งที่ 1 เตือน เป็นลายลักษณ์อักษร โดยหากไม่ปฎิบัติตามขั้นตอนการนับถอยหลังในครั้งต่อๆไปปรับเป็นเงิน ตามระเบียบว่าด้วยการลงโทษ บทที่ 3 หมวดที่ 2 ข้อ 3.6 ไม่สามารถเริ่มการแข่งขันได้ทันตามเวลาที่กำหนดในครึ่งเวลาแรกหรือครึ่งเวลาหลังหรือไม่ทำตามกำหนดการ ขั้นตอนและการนับเวลาถอยหลัง (OFFICIAL COUNTDOWN) จะถูกปรับเงินตั้งแต่ 10,000 บาท ถึง 60,000 บาท และชดใช้ค่าเสียหายตามที่ทางทีวีเรียกร้องมา ในกรณีที่เริ่มการแข่งขันไม่ตรงตามเวลา

และ บุญยิ่ง นิติกาญจนา มีความผิดตามข้อ 2.6 แสดงกิริยาที่ไม่เหมาะสมต่อหน้าสาธารณชน เช่น วิ่งเข้าไปประท้วงการตัดสินของผู้ตัดสินผู้ช่วยผู้ตัดสิน แสดงกิริยาก้าวร้าว ข่มขู่ แสดงสัญลักษณ์ต่างๆ ที่สังคมทั่วไปเห็นว่าไม่เหมาะสม หรือปลุกเร้านักกีฬาอันอาจนำไปสู่เหตุการณ์ที่รุนแรง ทั้งก่อนหรือระหว่างการแข่งขัน ห้ามทำหน้าที่ โดยห้ามคล้องป้ายเอดีการ์ดประจำตำแหน่ง นัดต่อไปเป็นจำนวน 2 นัด และปรับเงิน 20,000 บาท

ถัดมาในเกมระหว่าง บีอีซี เทโรศาสน พบกับ พัทยา ยูไนเต็ด มีรายงานว่าเริ่มการแข่งขันล่าช้า 5 นาที เนื่องจากสโมสรบีอีซี เทโรศาสน ออกจากห้องพักนักกีฬามาที่อุโมงค์ เพื่อเตรียมเดินลงสู่สนามช้า โดยขณะนั้นเวลา 17.58 น. ไม่เป็นไปตาม countdown ตามเวลาที่กำหนด 17.50 น. จึงเป็นเหตุให้เวลาคาดเคลื่อน หลังจากนั้นทั้งสองสโมสรเดินลงสู่สนาม เพื่อทำการแข่งขันในเวลา 18.05 น. และ เริ่มการแข่งขันครึ่งเวลาหลัง ล่าช้ากว่ากำหนด เป็นเวลา 3 นาที สาเหตุเนื่องจากสโมสรบีอีซี เทโรศาสน ออกจากห้องพักนักกีฬาล่าช้า ไม่เป็นไปตามกำหนดซึ่งหมดเวลาพักครึ่งแรก 15 นาที เลยไปอีก 3 นาที สโมสรบีอีซี เทโรศาสน จึงเดินลงสู่สนามแข่งขัน ซึ่งขณะนั้นสโมสรพัทยา ยูไนเต็ด อยู่ในสนามแข่งขันแล้ว

ฉะนั้น สโมสรบีอีซี เทโรศาสน มีความผิดที่ไม่ปฎิบัติตาม OFFICIAL COUNTDOWN และได้มีหนังสือเตือนไปแล้วเมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2559 แต่ก็ยังไม่ปฎิบัติตาม จึงมีมติให้พิจารณาลงโทษตามระเบียบฯ บทที่ 3 หมวดที่ 2 ดังนี้

1.ไม่ปฎิบัติตาม OFFICIAL COUNTDOWN ในช่วงก่อนเริ่มการแข่งขันครึ่งแรก มีความผิดตาม ข้อ 3.6 ไม่สามารถเริ่มการแข่งขันได้ทันตามเวลาที่กำหนดในครึ่งเวลาแรกหรือครึ่งเวลาหลังหรือไม่ทำตามกำหนดการ ขั้นตอนและการนับเวลาถอยหลัง (OFFICIAL COUNTDOWN) พิจารณาปรับเงิน 10,000 บาท

2.ไม่ปฎิบัติตาม OFFICIAL COUNTDOWN ในช่วงก่อนเริ่มการแข่งขันครึ่งหลัง มีความผิดตาม ข้อ 3.6 ไม่สามารถเริ่มการแข่งขันได้ทันตามเวลาที่กำหนดในครึ่งเวลาแรกหรือครึ่งเวลาหลังหรือไม่ทำตามกำหนดการ ขั้นตอนและการนับเวลาถอยหลัง (OFFICIAL COUNTDOWN) พิจารณาปรับเงิน 10,000 บาท

สุดท้ายสั่งปรับเงิน สมชาย ชวยบุญชุม กุนซือสุโขทัย เอฟซี 10,000 บาท หลังออกนอกเขตเทคนิคในเกมล่าสุดที่เปิดบ้านชนะ ชัยนาท ฮอร์นบิล 2-1 เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคมที่ผ่านมา