สมัครบาคาร่า SBOBET เรอัลไม่สะดุดเดินหน้าฆ่าเซบีญา 4-0 จี้รองจ่าฝูง

สมัครบาคาร่า SBOBET

ราชันชุดขาวไม่พลาดตามสองทีมหัวตารางที่ลงแข่งไปก่อน ได้สามประสาน BBC และเฆเซยิงคนละประตู ถล่มทีมจากอันดาลูเซียขาดลอย

สมัครบาคาร่า SBOBET ซีเนดีน ซีดาน กุนซือของทีมเรอัล มาดริด วันนี้เปลี่ยนแปลงถึง 6 ผู้เล่นจากเกมก่อนที่เฉือนชนะลาส พัลมาสมาได้ โดยกองหลังที่ไม่มีทั้งเปเป้และเซร์คิโอ รามอสจากการติดโทษแบนทั้งคู่ ทำให้โอกาสป็นของวารานและนาโชรับหน้าที่กองหลังคู่กลาง กองหลางโทนี โครส, คาเซมิโรและลูก้า โมดริชคุมเกม สามประสาน BBC ลงเล่นพร้อมหน้าพร้อมตาจากการที่เบนเซมาหายจากอาการบาดเจ็บกลับมาพอดี

ส่วนเซบีญา ทีมเยือนของอูไน อเมรีก็มีการสลับถึง 5 คนจากยูโรป้า ลีกที่เอาชนะบาเซิลมาช่วงกลางสัปดาห์ นายทวารเซร์คิโอ ริโก้กลับมารับหน้าที่เฝ้าเสา แบ็คซ้ายได้โกเก้ลงเล่น กองกลางเกอร์เซกอร์ซ ครีโชเวียคสลัดอการบาดเจ็บกลับมาเล่นได้เป็นครั้งแรกตั้งแต่ปีใหม่ พอดิบพอดีกับที่เอแวร์ บาเนกาติดโทษแบนไป แนวรุกต้องใช้ชุดสำรองโดยที่วิโตโล, โคโนปลีอันก้าและโครห์น-เดห์ลีลงเล่นไม่ได้ทั้งหมด ทำให้เอสคูเดโร, ดิโอโก ฟิเกราสได้รับโอกาสแทน

เริ่มเกมได้เพียง 6 นาทีเท่านั้น เจ้าบ้านมาได้ประตูขึ้นนำอย่างรวดเร็ว ลูกครอสส์จากด้านข้างของเบล ไปเข้าเท้าของเบนเซมาได้วอลเลย์เต็มๆ บอลพุ่งเสียบเข้ามุมเสาอย่างงดงาม เรอัล มาดริดออกนำ 1-0 โอกาสของราชันยังมาเรื่อยๆ โดยนาทีที่ 16 เบลได้ซัดจากนอกกรอบฝั่งซ้าย บอลพุ่งมุดเข้าเสาแรก แต่เซร์คิโอ ริโก้ยังพุ่งปัดเอาไว้ได้เฉียดฉิว

นาทีที่ 20 ลูกเตะมุมจากฝั่งซ้ายเข้ามา เป็นเบนเซมาที่ได้เทคตัวขึ้นโหม่งคนเดียว แต่น้ำหนักและทิศทางไม่ดีพอ เข้ามือของริโก้รับไว้ได้ง่ายดาย เซบีญามาได้ลูกโทษที่จุดโทษในนาทีที่ 27 โดยวารานไปทำฟาวล์รามีในเขตโทษจากจังหวะฟรีคิกที่เปิดเข้ามา กาเมโรรับหน้าที่สังหาร แต่ลูกยิงที่เรียดและเบี่ยงออกซ้ายเล็กน้อยถูกปฏิเสธได้โดยนาบาสที่เดาทางถูกพุ่งเซฟไว้ได้อย่างยอดเยี่ยม ทีมเยือนพลาดโอกาสตีเสมอไป

งานของเซบีญายังมีมาเรื่อยๆ อย่างต่อเนื่อง โดยเกมนี้เรอัลสามารถสร้างเกมรุกและโอกาสได้อย่างมากมายแต่ยังไม่เด็ดขาดมากพอที่จะเป็นประตูทิ้งห่าง ช่วงท้ายของครึ่งแรกเกมยังเป็นของเจ้าบ้านไม่เปลี่ยนแปลงแต่ก็ไม่สามารถหาประตูที่สองเจอได้ ทำให้จบ 45 นาทีแรก เรอัล มาดริดยังคงนำอยู่เพียงแค่ 1-0 ต้องดูกันต่อไปในครึ่งหลัง

เซบีญามีการเปลี่ยนตัวผู้เล่นเพื่อแก้เกมในช่วงพักครึ่ง โดยอเมรีส่งเอาเรเยสลงมาเล่นในแนวรุกแทนทางด้านฟิเกราสที่มีส่วนร่วมกับเกมน้อยนิดในครึ่งแรก นาทีที่ 57 ราชันุดขาวาได้ลูกจุดโทษบ้าง โดยการลากบอลยาวมาจากนอกกรอบของโทดริชด้วยความเร็ว ก่อนที่เรเยสจะสกิดเท้าในจังหวะสุดท้ายล้มลง โรนัลโดรับหน้าที่สังหาร แต่การยิงของดาวเตะโปรตุเกสที่อัดเต็มแรงทำให้บอลโด่งข้ามคานออกไป เจ้าบ้านก็พลาดจุดโทษเช่นกัน

โอกาสของเรอัลเกิดขึ้นมากมายจนน่าได้ประตูที่สองอย่างยิ่ง อีกครั้งที่เกิดขึ้นในนาทีที่ 60 โมดริชโยนลูกเตะมุมเข้ามากลางประตู เบลขึ้นโหม่งคนเดียวโล่งๆ แต่บอลไปชนคานอย่างจัง กระดอนออกไปอย่างน่าเสียดาย ถัดมาอีกแค่ 2 นาที ทีมเยือนส่งบอลเข้าประตูได้บ้าง แต่ลูกยิงที่หลุดเดี่ยวของกาเมโรที่ผ่านนาบาสไปแล้วถูกไปปฏิเสธโดยผู้ช่วยผู้ตัดสินเพราะกองหน้าชาวฝรั่งเศสล้ำหน้าไปก่อนในจะหวะวิ่งออกตัว

อย่างไรก็ตาม โลส บลังโกสมาได้ประตูทิ้งห่างจนได้ นาทีที่ 64 จากการเปิดบอลเรียดมาหน้าประตูของคาเซมิโร โรนัลโด้ที่ว่างอยู่เสาไกลเกือบวิ่งถลำไปแล้ว แต่ยังล้มตัวยื่นเท้าย้อนกลับมาเกี่ยวบอลผ่านมือริโก้เข้าประตูไปได้ สกอร์เปลี่ยนเป็น 2-0

อีกสองนาทีต่อมา เกมก็ขาด โดยสามประสาน BBC ทำประตูได้ครบในจังหวะนี้ โดยการผ่านบอลของโรนัลโดเข้ากลางให้เบนเซมาที่วิ่งไปแตะบอลลอยผ่านตัวริโก้ไปแล้ว และยังมีเบลที่อยู๋ในตำแหน่งที่ดีวิ่งเข้าจิ้มบอลก่อนถูกกองหลังสกัดได้ก่อน เข้าประตูไป ซีดานอุ่นใจขึ้นอีกมากทีเดียวด้วยผล 3-0

ผ่านไปกว่า 80 นาที เกมของเจ้าบ้านดูผ่อนลงไปเยอะหลังได้ประตูนำห่างและน่าจะได้รับชัยชนะแน่นอนแล้ว ทำให้ช่วงนี้เซบีญาสามารถมีโอกาสทำเกมขึ้นมาได้มากขึ้น แต่ความแน่นอนและเด็ดขาดในเกมรุกไม่มีประสิทธิภาพพอ โอกาสได้ง้างยิงจะแจ้งจึงไม่ค่อยมีเท่าไร และเรอัลสามารถสร้างโอกาสสวนกลับได้เรื่อยๆ

ประตูที่ 4 มาเกิดขึ้นในนาทีที่ 86 จากฝีเท้าของเฆเซ โรดริเกซ ตัวสำรองที่ลงมาแทนแกเร็ธ เบล จากการลากมาทางซ้ายของปีกชาวสเปน ก่อนจ่ายเข้าในให้ฮาเมสที่เติมขึ้นมา บอลถูกกองหลังสกัดแล้วทะลักมาเข้าทางเฆเซอีกครั้งที่หน้าประตู ทำให้ลูกแปง่ายๆ ของเจ้าตัวผ่านริโก้เข้าไปให้ต้นสังกัดนำห่างไปอีกเป็น 4-0

หลังจากนั้นจบเกม 90 นาทีเต็ม เรอัล มาดริดเปิดบ้านเอาชนะเซบีญาไปขาดลอย 4-0 เก็บเพิ่มอีก 3 แต้ม ทำให้คะแนนไล่ตามอันดับ 2 อย่างแอตเลติโก มาดริดมาเหลือแค่คะแนนเดียวที่ 66 คะแนน และตามหลังบาร์เซโลนา จ่าฝูงอยู่ 10 คะแนน ในขณะที่เหลืออีก 8 นัดในลีก